กองทุนรวมต่างประเทศ ดีไหม?

สำหรับใครที่กำลังเบื่อจะลงทุนในหลักทรัพย์ไทย อยากไปลุยกองทุนต่างประเทศบ้าง  ไม่ว่าจะเพราะลงทุนของไทยเยอะแล้ว หรือกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับต่างประเทศ บทความนี้จะมาพูดถึงข้อดีและข้อเสียของการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศกัน ประเภทของกองทุนรวมต่างประเทศ ก่อนที่จะไปดูข้อดี-ข้อเสียของการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ มาดูกันก่อนดีกว่าว่า เราจะลงทุนในกองทุนรวมได้ในรูปแบบไหนบ้าง 1) ลงทุนผ่านกองทุนรวมของไทย ที่มีวัตถุประสงค์ให้ผู้เชี่ยวชาญนำเงินไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศต่อ 2) ลงทุนเอง ด้วยบัญชีแบบ offshare แล้วไปดูหุ้นแต่ละประเทศ แต่อาจจะต้องระวังในเรื่องของขั้นต่ำเงินทุน เพราะจะกำหนดค่อนข้างสูง (ส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่หลักแสนขึ้นไป) ข้อดีของการลงกองทุนต่างประเทศ 1) มีทางเลือกในการลงทุนหลากหลายมากขึ้น จากที่เรามักจะเห็นกองทุนในไทยเดิมๆ จนชินตา คุณอาจได้เจอกับหุ้นตัวใหม่ หรือธุรกิจที่น่าสนใจมากกว่า ครอบคลุมมากกว่าที่มีภายในประเทศ 2) เรื่องของโอกาสเติบโต บางประเทศหรือบางกลุ่มธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตมากกว่าภายในประเทศไทย แต่อาจจะต้องศึกษาและพิจารณาไปถึงสภาพเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศนั้นๆ ร่วมด้วย หากเลือกดีก็มีโอกาสสร้างกำไรได้มากกว่า 3) กระจายความเสี่ยงของการลงทุนให้อยู่ในสินทรัพย์หลากหลายมากขึ้น หากภายในประเทศเกิดผลกระทบอะไร อย่างน้อยก็ยังมีสินทรัพย์ต่างประเทศที่ถือไว้คอยพยุงได้อยู่ ข้อเสียของการลงทุนกองทุนต่างประเทศ 1) ขั้นต่ำและค่าธรรมเนียมบางแห่งอาจสูงกว่ากองทุนรวมไทย โดยเฉพาะการลงทุนด้วยตัวเองแบบ offshare 2) ต้องศึกษาให้มากขึ้น ไปจนถึงเรื่องสภาพเศรษฐกิจ การเมือง และข่าวสารต่างๆ ภายในประเทศนั้น 3) อาจมีปัญหาเกี่ยวกับความเสี่ยงเรื่องข้อจำกัดในการนำเงินกลับประเทศ จากมาตรการของประเทศต้นทางที่นำเงินไปลงทุน ทำให้ได้รับล่าช้ากว่าที่คิดไว้ 4)… Continue reading กองทุนรวมต่างประเทศ ดีไหม?

กลยุทธ์ลงทุนหุ้น Scalping – Fading – Momentum

รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ยังคงเป็นคำกล่าวที่จริงและใช้ได้กับหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะเรื่องของการลงทุนเสมอ แต่อีกสิ่งที่ทำให้รบชนะ หรือ ลงทุนแล้วได้กำไรมาครอบครอง ก็ต้องอาศัยกลยุทธ์ดีๆ ที่เหมาะกับตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะงั้นมาดูกันดีกว่าว่า กลยุทธ์ลงทุนหุ้น Scalping – Fading – Momentum คืออะไร Scalping คืออะไร? กลยุทธ์แบบ Scalping เป็นกลยุทธ์สร้างกำไรจากหุ้นที่เน้นความไว ใจต้องเร็ว มักทำกำไรด้วยการซื้อหรือขายหุ้นตัวนั้นในช่วงสั้นๆ ไม่ได้ต้องการเก็บไว้เก็งกำไรมหาศาล เหมือนพอขึ้นลงประมาณ 5 – 20 จุดก็ตัดสินใจขายได้ทันที เพราะงั้นจะเหมาะกับการลงทุนในกลุ่มหุ้นเล็กๆ ที่เปลี่ยนแปลงไว เน้นกำไรไม่มาก แต่ขึ้นลงบ่อยๆ มากกว่า Fading คืออะไร? กลยุทธ์แบบ Fading เป็นกลยุทธ์การทำกำไร แบบที่หลายคนอาจจะรู้สึกว่า แปลก เพราะเป็นการซื้อหรือขายตรงข้ามกับแนวโน้ม อย่างถ้าหุ้นของตัวนั้นมีแนวโน้มราคาจะพุ่งสูงขึ้น ก็จะขาย และเมื่อราคานั้นกำลังจะลงก็ ซื้อหุ้น ทั้งที่หากรอมากกว่านี้อาจขึ้นสูงหรือลงต่ำมากกว่านี้ได้อีก โดยหลักการของกลยุทธ์นี้ มีแนวคิดว่า ที่ผ่านมาหุ้นตัวนี้ถูกซื้อมากว่าปกติ  หรือนักลงทุนมีต้นทุนไม่มากพอที่จะขายทำกำไรตั้งแต่เนิ่นๆ และแรงซื้อ ตามกำลังจะหมดลง… Continue reading กลยุทธ์ลงทุนหุ้น Scalping – Fading – Momentum

4 เรื่องที่ควรใส่ใจ เพื่อลงทุน Cryptocurrency อย่างปลอดภัย

หลังจากทราบแล้วว่า การลงทุนคริปโตมีโอกาสเกิดปัญหาใดได้บ้าง เราจึงอยากชวนคุณมาศึกษา 4 เรื่องที่ควรใส่ใจ เพื่อลงทุน Cryptocurrency ได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวลกัน 1) ตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์มน่าเชื่อถือ มีกรณีศึกษาเกี่ยวกับเรื่องแพลตฟอร์มโกงนักลงทุนไม่น้อย เราจึงอยากแนะนำให้คุณเริ่มต้นมองหาแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือ จากอายุการใช้งาน ผ่านการแนะนำจากผู้ใช้งานจริงพอสมควร หากเคยผ่านการโดนแฮกมาแล้วมีวิธีการจัดการอย่างไรบ้าง มีสถาบันการเงินใดหรือหน่วยงานไหนให้ความเชื่อถือหรือไม่ ใครเป็นผู้พัฒนา มีระบบการตรวจสอบการทำธุรกรรมอย่างไร ฯลฯ หากเป็นไปได้ก็ขอให้เลี่ยงแพลตฟอร์มพึ่งเปิดใหม่ หรือพยายามหาผลตอบแทนมาจ่ายเยอะผิดปกติจะดีที่สุด 2) ระวังความผิดพลาดจากตัวเอง ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดจากแพลตฟอร์ม เพราะบางครั้งก็อาจเกิดจากตัวของนักลงทุนเองได้เหมือนกัน เชื่อว่า หลายท่านเคยได้ยินข่าวนักลงทุนสูญเงิน เพราะเข้าระบบไม่ได้จากการลืมรหัสและอื่นๆ เพราะงั้นเราจึงขอแนะนำให้คุณจดบันทึก Seed Phase ตั้งค่าการยืนยันตัวตนแบบ 2 ครั้ง และเช็คการเข้าระบบให้ถูกต้อง ว่า เข้าถูกแพลตฟอร์มหรือไม่ ผิดลิงก์มั้ย ล็อกอินถูกต้องรึเปล่า ทุกครั้ง 3) ออกห่างจากเหรียญแปลก อย่าพึ่งดีใจเวลาได้รับคริปโตหน้าใหม่เข้ามาในกระเป๋าแบบฟรีๆ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเป็นประตูสู่การขโมยข้อมูลกระเป๋าหลักของคุณ จากการที่เหรียญใหม่อาจต้องสมัครแพลตฟอร์มใหม่ ซึ่งหลายๆ คนมักจะใช้ข้อมูลเหมือนกันอยู่แล้ว หรืออาจหลอกให้กรอกรหัส Seed Phase เข้าถึงกระเป๋าดิจิทัลหลักได้โดยตรง 4) การมีหลายกระเป๋า เชื่อว่า… Continue reading 4 เรื่องที่ควรใส่ใจ เพื่อลงทุน Cryptocurrency อย่างปลอดภัย

ทำอย่างไร เมื่อคริปโตที่ถือไว้เกิดติดดอย ?

เชื่อเลยว่า ไม่มีนักลงทุนคนไหนที่อยากติดดอย (เว้นแต่ว่า จะเก็บไว้กินกำไรยาวๆ) โดยเฉพาะกับการลงทุนสายคริปโต ยิ่งติดอยู่บนดอยนานเท่าไหร่ แต่ละวันที่กว่าจะผ่านไปนี่ยิ่งกว่าฝันร้าย เพราะจะมีข่าวปล่อยออกมาทุกวันว่า จะเจ๊งบ้าง เป็นศูนย์บ้าง วันนี้เลยขอมาบอกต่อวิธีดีๆ สำหรับคนที่ติดดอย และไม่อยากเก็บไว้นิ่งๆ ว่า ควรจะทำอย่างไรให้ติดดอยแบบไม่เสียเปล่าดี 1) เพิ่มจำนวนเหรียญคริปโต วิธีที่ง่ายและได้ประโยชน์มากที่สุดในระหว่างที่ติดดอยอยู่ก็คือ การนำเหรียญคริปโตที่มีในมือไปสร้างให้เกิดผลงอกเงยมากขึ้น ถึงจะไม่สามารถเพิ่มมูลค่าในตัวเองได้ แต่สามารถเพิ่มจำนวนได้ด้วยการเอาไป Staking ฝากไว้รอรับดอกผล, Yield Farming คล้ายกับ Staking แต่ซับซ้อนกว่าเล็กน้อยด้วยการฝากเหรียญเป็นคู่, Liquidity Pool โยนเหรียญไปในบ่อรอให้นักลงทุนเอาไปใช้แล้วให้ผลตอบแทนกลับคืน ฯลฯ จะเลือกวิธีไหนก็อย่าลืมดูความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม เงื่อนไขต่างๆ และระยะเวลาที่กำหนดไว้ด้วยล่ะ 2) หาวิธีช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้เหรียญที่คุณกำลังถือ อิงจาก Elon Musk Model ที่ดันเหรียญ DodgeCoin พุ่งทะยานเกือบไปสู่ดวงจันทร์ด้วยการทวีตข้อความ เข้าใจว่า คงเป็นเรื่องยากที่คนธรรมดาจะทำได้อย่างอีลอน มัสก์ แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เพียงแค่คุณลองวิเคราะห์ข้อดีและแนะนำไปตามจริงให้คนรู้จักและสนใจมากขึ้น ราคาก็อาจจะขึ้นไปในจุดที่ควรจะเป็นได้อย่างธรรมชาติ 3) ลงทุนคริปโตในรูปแบบอื่นหรือสกุลอื่นบ้าง หากคุณยังคงอยากเป็นนักลงทุนสายคริปโตเต็มตัวอยู่ บางครั้งอาจนำเวลาที่กำลังติดดอยอยู่ไปตามข่าวและเริ่มลงทุนกับเหรียญสกุลอื่นบ้าง หรืออาจเริ่มต้นลงทุนในรูปแบบอื่น… Continue reading ทำอย่างไร เมื่อคริปโตที่ถือไว้เกิดติดดอย ?

Game Fi คืออะไร?

หนึ่งในกระแสคริปโตมาแรงที่สุดแห่งปีและคาดว่า จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ส่งให้ตลาดคริปโตเติบโตต่อไปได้ไกลอีก 2-3 ปี คงจะหนีไม่พ้น GameFi แหล่งทำเงินใหม่ของสายเกมเมอร์ ที่เราไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเยอะหรืออุปกรณ์มาขุดมากมายอย่าง Cryptocurrency แบบเดิมที่ผ่านมา เราจึงอยากชวนทุกท่านมาทำความรู้จักกับ GameFi ให้มากขึ้นกัน GameFi คืออะไร ? GameFi คือ แพลตฟอร์มที่ให้บริการเกมที่ทำงานบนบล็อกเชน โดยผสานระหว่างโลกของ “เกม” และ “Cryptocurrency” เข้าด้วยกัน แต่ลักษณะการเงินที่นำคริปโตมาใช้อาจไม่เหมือนกันซะทีเดียว แม้จะเรียกว่า GameFi เหมือนกัน เช่น บางเกมอาจแจกเมื่อมีการขุดเหมืองหรือเปิดสมบัติในเกม, ให้เป็นรางวัล เมื่อผ่านด่าน, ครอบครองไอเท็มบางอย่าง ฯลฯ ต้องเข้าใจก่อนว่า เกมพวกนี้ไม่ใช่พนันถึงจะหาเงินได้ก็จริง แต่จะขายได้แค่ไหนอยู่ที่ไอเท็มหรือเหรียญคริปโตหรือ Token ที่ผูกกับเกมนั้นๆ ประวัติของ GameFi หากจะพูดถึง GameFi คงจะต้องย้อนกลับไปในช่วงพฤศจิกายน 2019 เมื่อ MixMarvel หนึ่งในผู้พัฒนาเกมบล็อกเชน ได้พูดถึง เทคโนโลยี Cryptocurrency ที่จะเข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมเกมให้รุ่งเรืองยิ่งขึ้น ในงาน Blockchain Wuzhen… Continue reading Game Fi คืออะไร?

ความแตกต่างระหว่าง “หุ้น” กับ “คริปโต”

เชื่อว่า หลายท่านที่กำลังสนใจลงทุน บางทีอาจเกิดอาการเลือกไม่ถูกว่า จะเลือก หุ้น vs คริปโต แบบไหนให้ตรงใจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การลงทุนดี?  เพราะลักษณะการลงทุนบางอย่างก็คล้ายกันมาก บทความนี้จึงขอมาบอกต่อ ความแตกต่างระหว่างหุ้นกับคริปโตกัน ความเหมือนระหว่างหุ้นกับคริปโต เชื่อว่า ส่วนใหญ่สับสนเลือกไม่ถูกก็เพราะ หุ้น vs คริปโตมีความเหมือนกันบางอย่าง โดยเฉพาะราคาที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามอุปสงค์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครกำหนด สามารถนำไปเทียบกับเงิน Fiat ให้เห็นความแตกต่างของมูลค่าได้ง่ายขึ้นได้ และก็เล่นง่ายผ่านออนไลน์ แต่บอกเลยว่า ความแตกต่างก็มีไม่น้อยเลย ความแตกต่างระหว่างหุ้นกับคริปโต 1) ความมั่นคง ขณะที่หุ้นเป็นการที่เราเข้าไปเป็นหนึ่งในเจ้าของบริษัทที่ดำเนินกิจการจริง กว่าจะได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ก็ไม่ง่าย และต้องถูกดูแลภายใต้ก.ล.ต.อีก ทำให้โอกาสเจ๊งมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะติดดอยซะมากกว่า ยิ่งศึกษามาดี กิจการนั้นมั่นคง โอกาสขาดทุนแทบจะไม่มีเลยล่ะ ในขณะที่คริปโตที่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล มีความผันผวนสูง เน้นเล่นระยะสั้นและต้องติดตามข่าวตลอดเวลา แม้แต่ สกุลใหญ่ที่เป็นเจ้าครองตลาดอย่าง บิทคอยน์ ยังมีความเสี่ยงมากเลยทีเดียว 2) ผลตอบแทน พวกคริปโตส่วนใหญ่จะไม่ได้มีปันผลอย่างหุ้น ที่ถือไว้ก็ได้เงินเพิ่ม หรือหากอยากเปลี่ยนมือก็รอราคาขึ้น เพื่อสร้างกำไรจากการขาย เว้นแต่ว่า จะเอาไปเพิ่มจำนวนเหรียญ ด้วยการ Stake, ปล่อยกู้… Continue reading ความแตกต่างระหว่าง “หุ้น” กับ “คริปโต”

กองทุนรวมตราสารหนี้ คืออะไร?

โดยปกติแล้ว การลงทุนในกองทุนรวม (นำเงินไปให้มืออาชีพบริหารลงทุนแทน) และ ตราสารหนี้ (ลงทุนในพันธบัตรหรือหุ้นกู้ต่างๆ) ถือเป็นรูปแบบการลงทุนที่ค่อนข้างได้รับความนิยมมาก เนื่องจากความเสี่ยงต่ำ แต่จะเป็นอย่างไร เมื่อทั้ง 2 คำมารวมกันกลายเป็น “กองทุนรวมตราสารหนี้” อยากรู้ต้องอ่าน! กองทุนรวมตราสารหนี้ คือ อะไร? กองทุนรวมตราสารหนี้ คือ หนึ่งในรูปแบบการลงทุนประเภท “กองทุน” โดยกองทุนนี้จะมีนโยบายเน้นลงทุนพวกเงินฝากและตราสารหนี้เป็นหลัก ไม่ว่าจะ พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง บัตรเงินฝากธนาคาร ฯลฯ พูดง่ายๆ ว่า อะไรที่มั่นคง ได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ กองทุนประเภทนี้จะพุ่งตัวเข้าไปหาทันที แม้ตราสารหนี้บางทีอาจมีความผันผวนบ้าง แต่กองทุนตราสารหนี้มักจะให้ผลตอบแทนที่ไม่เปลี่ยนไปมากนัก ผลตอบแทนของ กองทุนรวมตราสารหนี้ มาจากอะไร ? ผลตอบแทนของกองทุนรวมตราสารหนี้ไม่ได้มีแค่ผลตอบแทนตามปกติอย่างดอกเบี้ยที่จะได้จากพวกตราสารหนี้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีพวกส่วนต่างราคาซื้อขายตราสารหนี้ และอื่นๆ อีก แม้ว่า จะไม่ได้ทำให้ผลตอบแทนเปลี่ยนไปมาก แต่ก็สามารถลดโอกาสขาดทุนได้ไม่น้อย กองทุนรวมตราสารหนี้ จึงเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือรับความเสี่ยงไม่ค่อยได้เลยล่ะ ข้อดี-ข้อเสียของ กองทุนรวมตราสารหนี้ ? ข้อดีของกองทุนรวมตราสารหนี้ แน่นอนว่า มั่นคง ไม่ต้องกังวลว่า… Continue reading กองทุนรวมตราสารหนี้ คืออะไร?

SET, SET50, SET100, SETHD, sSET, SETCLMV, SETTHSI, SETWB ต่างกันอย่างไร ?

เคยอ่านตาราง SET บนหน้า SET Trade แล้วสงสัยมั้ยว่า ทำไมมีคำว่า SET มากมาย ขออธิบายก่อนว่า พวกนี้เป็นดัชนีหุ้นหรือดัชนีตลาดหุ้นที่จะช่วยให้นักลงทุนเปรียบเทียบและตัดสินใจลงทุนได้ง่ายขึ้น แต่จะมีอะไรบ้าง และ SET แต่ละตัวมีความหมายว่าอะไรบ้าง มาดูกัน SET แต่ละแบบ บนหน้า SET Trade มีความหมายว่าอะไรบ้าง? SET Set  หรือ Set Index เป็น ดัชนีที่สะท้อนให้เห็นภาพรวมการเคลื่อนไหวตลาด ใช้สูตรคำนวณ มูลค่าตลาดรวมวันปัจจุบัน /มูลค่าตลาดรวมวันฐาน x 100 แล้วนำไปเทียบกับวันก่อนหน้านี้ หากเป็นสีเขียว แสดงว่า มูลค่าของตลาดโดยรวมสูงกว่าวันก่อน แต่หากเป็นสีแดงหรือติดลบแสดงว่ามูลค่าของตลาดโดยรวมต่ำกว่าวันก่อน (ส่วนใหญ่จะไปในทิศทางเดียวกันกับภาพรวม แต่บางตัวอาจสวนทางก็เป็นได้) SET50 กับ SET100 SET50 กับ SET100 จะเป็นดัชนีสะท้อนความเคลื่อนไหวของหุ้นสามัญจดทะเบียนที่น่าสนใจ 50 และ 100 ตัวแรก ซึ่งมักจะมีความมั่นคง สภาพคล่องสูง มีคุณสมบัติผ่านการคัดเลือกมาแล้วว่า… Continue reading SET, SET50, SET100, SETHD, sSET, SETCLMV, SETTHSI, SETWB ต่างกันอย่างไร ?

Income Stock คืออะไร ? อยากได้ปันผลเยอะต้องรู้

แม้แต่หน้าตาของคนเรายังไม่เหมือนกัน เพราะงั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่หน้าตารูปแบบของหุ้นจะมีให้เลือกลงทุนหลากหลาย โดยหนึ่งในรูปแบบหุ้นที่นักลงทุนชอบก็คงหนีไม่พ้น Income Stock หรือ หุ้นปันผลสูง นี่ล่ะ ส่วน Income Stock ที่ว่านี้ คืออะไร และควรสังเกตอย่างไรบ้าง มาดูกัน Income Stock คืออะไร Income Stock หรือ ที่หลายคนเรียกในชื่อของ Dividend Stock คือ หุ้นที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลสูง ส่วนใหญ่จะพบได้ในหุ้นที่กิจการไม่ใหญ่ และอาจไม่ได้ต้องการขยายกิจการอะไรมากนัก เลยทำให้หลุดรอดจากสายตาของนักลงทุนเงินหนาไป ราคาต่อหุ้นก็เลยไม่แรง แต่ให้ปันผลสูงเกินคาด รวมถึงมีความผันผวนต่ำ แม้ระดับการเติบโตขององค์กรอาจอยู่เพียงระดับปานกลางก็ตาม แต่หุ้นประเภทนี้ดีที่ได้ผลตอบแทนงามและยั่งยืน สังเกต! หุ้น Income Stock แบบไหน ที่ควรค่าแก่การลงทุน  1) มีการจ่ายปันผลสูงอย่างต่อเนื่อง หากคุณเป็นมือใหม่ที่กำลังมองหา Income Stock สิ่งแรกที่ควรดูคือ การจ่ายเงินปันผลสูงแบบต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ทุกตัวที่จ่ายปันผลสูง จะเป็น Income Stock เพราะงั้นหุ้นตัวไหนพึ่งมาจ่ายปันผลสูงในระยะเวลาไม่นาน หรือมีข่าวจ่ายปันผลสูงเป็นช่วงๆ เดี๋ยวเพิ่มขึ้น เดี๋ยวลดลง… Continue reading Income Stock คืออะไร ? อยากได้ปันผลเยอะต้องรู้

EBITDA margin คืออะไร ?

อย่างที่เราได้บอกไปในหลายโพสต์ก่อนหน้านี้ว่า จะเลือกลงทุนอะไรก็ตาม การศึกษาให้รอบด้านเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยลดเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงในการลงทุนได้ไม่น้อย อีกหนึ่งตัวชี้วัดที่ช่วยให้ตัดสินใจลงทุนได้ง่ายขึ้นก็คือ EBITDA margin แต่ค่า EBITDA margin คืออะไร มาดูกัน EBITDA margin คืออะไร EBITDA margin คือ ตัวชี้วัดกำไรจริงจากการดำเนินกิจการ โดยคิดจากรายได้ก่อนหักภาษี และค่าเสื่อม ค่าตัดจำหน่ายต่างๆ เพื่อให้เห็นถึงความสามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพที่แท้จริงของหุ้นตัวหนึ่งกับหุ้นตัวอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ชัดเจนมากขึ้นว่า บริษัทไหนมีความสามารถในการหากำไรมากกว่ากัน การคำนวณค่า EBITDA margin สูตรการคำนวณค่า EBITDA margin ง่ายๆ คือ เริ่มจากหาค่า EBITDA ตามปกติ ด้วยสูตร EBITDA = [ยอดขาย – ต้นทุนขาย – ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร + ค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย] แล้วหารด้วยรายได้ทั้งหมด จากนั้นก็คูณ 100 ก็จะได้ค่า EBITDA margin แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน หากบริษัทไหนได้มากกว่า แสดงว่า… Continue reading EBITDA margin คืออะไร ?